ครีมกันแดดทาหน้า มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร ยี่ห้อไหนใช้แล้วปกป้องผิวหน้าได้ดี

ครีมกันแดดทาหน้า ถือเป็นไอเท็มสำคัญ ที่คอยช่วยปกป้องผิวหน้าของเรา ไม่ให้โดนแดดแผดเผา จนเกิดปัญหาผิวหมอง ผิวคล้ำเสีย หรือมีกระและฝ้า มาเยี่ยมเยือนได้ ด้วยเพราะสภาวะอากาศ ในประเทศไทยของเรา ที่มีความร้อนสูง และมีแดดแรงมาก การทาสกินแคร์ เพื่อบำรุงผิว เพียงอย่างเดียว โดยไม่ทาครีมกันแดด ควบคู่ไปด้วยนั้น รับรองเลยว่า เอาไม่อยู่ และต้องเจอปัญหาผิว ตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้น ครีมกันแดด จึงต้องทาเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งต้องพกติดตัวไว้ เพื่อทาซ้ำด้วย และแม้แต่ในวันที่ไม่มีแดด ก็ไม่ควรละเลย ในการทาครีมกันแดด เพราะผิวของเรา มีโอกาสได้รับรังสี UV และแสงสีฟ้า จากจอคอมพิวเตอร์ หรือจอสมาร์ทโฟน ซึ่งก็เป็นอีกต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวได้ด้วย

ครีมกันแดดทาหน้า มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร?

1. ต้องดู ‘ส่วนผสม’ ในครีมกันแดด ก่อนซื้อทุกครั้ง

ควรเลือกครีมกันแดด ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีสารกันบูด และไม่มีน้ำหอม เป็นส่วนผสม เพราะส่วนผสมเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการแพ้ การระคายเคือง หรือทำให้ผิวแห้ง อีกทั้งยังก่อให้เกิดสิว และอุดตันรูขุมขน ได้อีกด้วย

2. พิจารณาจาก ‘ค่า SPF’ และ ‘ค่า PA’ ของครีมกันแดด

ควรเลือกครีมกันแดด ที่มีค่า SPF และค่า PA ให้เหมาะสม กับวิถีการใช้ชีวิต หรือกิจกรรม ในแต่ละวันของเรา โดยไม่จำเป็น ต้องใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF หรือค่า PA ที่สูงๆ ในทุกวัน ยกตัวอย่างเช่น ไปเรียน หรือ ทำงานที่ออฟฟิศ ควรเลือกครีมกันแดด ที่มีค่า SPF อยู่ที่ 15 – 30 และค่า PA อยู่ที่ + หรือ ++ แต่หาก ต้องเจอแดดตลอดเวลา ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกครีมกันแดด ที่มีค่า SPF อยู่ที่ 30 – 50 ขึ้นไป และค่า PA อยู่ที่ +++

3. รูปแบบของ ‘เนื้อครีมกันแดด’ เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม โดยสามารถเลือกให้เหมาะสม ได้ดังนี้

3.1 ครีมกันแดด แบบครีม – เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง และใช้ทาบริเวณใบหน้า

3.2 ครีมกันแดด แบบเจล – เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน และใช้ทาบริเวณที่มีขน เช่น แขน ขา

3.3 ครีมกันแดด แบบโลชั่น – เหมาะกับทุกสภาพผิว มีข้อดีคือเกลี่ยง่าย

3.4 ครีมกันแดด แบบสเปรย์ – ใช้ตอนต้องการทากันแดดเพิ่มเติม ในขณะออกแดด

3.5 ครีมกันแดด แบบแท่ง – ใช้ทาบริเวณรอบดวงตา

แนะนำยี่ห้อครีมกันแดด สำหรับทาหน้า ที่ฮอตฮิตตลอดกาล

1. Biore UV Aqua Rich Watery Gel SPF50+ PA++++

ครีมกันแดด แบบเนื้อเจล ที่ช่วยปกป้องผิวจากแดด ได้ยาวนาน โดยสามารถปกป้อง ลึกไปถึงชั้นคอลลาเจน จึงทำให้ผิว ไม่แก่ก่อนวัยด้วย เมื่อทาแล้ว จะให้ความรู้สึกสบายผิว เพราะบางเบา และสามารถกันน้ำ กันเหงื่อได้ด้วย ที่สำคัญคือ ผ่านการทดสอบแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดสิว หรือการระคายเคือง

2. Banana Boat Simply Protect Aqua Daily Moisture Sunscreen Lotion SPF 50+ PA++++

ครีมกันแดดตัวนี้ สามารถปกป้องรังสี UV สูงสุด ด้วย SPF50+ และ PA++++ โดย Banana Boat ได้ปรับสูตรใหม่ ให้ทาง่ายกว่าเดิม จึงมีเนื้อครีมบางเบา ทาแล้วไม่ทิ้งคราบ และยังมี ‘ไฮยาลูโรนิก’ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ให้แก่ผิว ที่สำคัญ สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว เพราะไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ หรือก่อให้เกิดสิว

3. Canmake Mermaid Skin Gel UV

เป็นกันแดด แบบเนื้อเจล ที่สามารถแตกตัวเป็นน้ำได้ จึงซึมเข้าสู่ผิวได้ไว และช่วยให้เมคอัพติดทนนาน ถือเป็นครีมกันที่ถูกและดี โดยมีให้เลือก 2 สูตร คือ สูตร 01 Clear ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี และสูตร 02 White ช่วยปรับผิวขาว ดูกระจ่างใส ซึ่งทั้ง 2 สูตร มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 85% ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และแอลกอฮอล์

4. Cute Press UV Expert Protection All Day Bright Tone Up Sunscreen SPF 50+ PA++

ใช้ได้กับทุกสภาพผิว และเพราะเป็นกันแดดที่มี SPF50+ กับ PA++ จึงช่วยป้องกันได้ ทั้งรังสี UVA1, UVA2 และ UVB นอกจากนี้ ยังมีแร่ธาตุจากน้ำทะเลลึก ที่ช่วยปกป้องผิว จากความแห้งกร้าน และมีสารสกัด จากดอกคาโมมายล์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว หลังออกแดดได้ด้วย

5. Garnier Light Complete Super UV SPF50+PA++++ Natural

ครีมกันแดด แบบเนื้อครีม ไม่มีสารระคายเคือง ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และพาราเบน แต่มี SPF 50+ กับ PA++++ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา ผิวหน้าหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย และฝ้าได้ อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ วิตามิน C ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียด้วย