การสักคิ้ว มีอะไรที่ควรรู้ก่อนสัก ทรงคิ้วแบบไหนเหมาะกับรูปหน้า

การสักคิ้ว เป็นการสักเพื่อความงาม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ในหมู่สาวๆ ที่ไม่ค่อยมีคิ้ว คิ้วบาง หรือคิ้วไม่สวย เพราะจะได้ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเขียนคิ้วทุกวัน และใบหน้ายังดูเต็มขึ้น แม้ในวันที่ไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม

การสักคิ้ว แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

  • การสักคิ้วแบบทึบ หรือแบบระบาย หรือที่หลายๆ คนมักเรียกว่า ‘คิ้วสีฝุ่น’ เป็นการสักคิ้วสไตล์เกาหลี คิ้วจะดูฟุ้งๆ ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนเขียนคิ้วเอง แต่สีคิ้วที่สักจะติดอยู่ไม่นาน
  • การสักคิ้วแบบลายเส้น ซึ่งแบ่งย่อยเป็น 2 แบบ คือ ‘แบบ 3D หรือ 3 มิติ’ ที่จะสักคิ้วขึ้นมาทีละเส้น ให้เรียงตัวกันแบบขนคิ้วจริงๆ จะได้ขนคิ้วเป็นเส้นคมชัด ติดทนนานเป็นปี กับ ‘แบบ 6D หรือ 6 มิติ’ ที่จะสร้างเส้นคิ้วขึ้นมาเหมือนแบบ 3 มิติ แต่เส้นคิ้วจะบางกว่า เยอะกว่า ดูเต็มกว่า ดูเป็นธรรมชาติกว่า และติดทนนานเช่นกัน

มีอะไรที่ควรรู้ก่อนสักคิ้ว?

1. สักคิ้วนั้น ถือเป็นการสักเพื่อความงาม แม้จะเป็นการสักแบบกึ่งถาวร แต่ก็ต้องใช้เข็มในการฝังสีลงบนผิว แต่ไม่ได้สักลงลึกเหมือนกับสักบนร่างกาย ความเจ็บจึงมีน้อยกว่า

2. ความคงทนของคิ้วที่สัก จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป หรือบางรูปแบบก็อยู่ได้นานเป็นปีๆ แต่ขึ้นอยู่กับสีที่ใช้สัก และการดูแลคิ้วด้วย

3. การเลือกร้านสักคิ้วนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรดูรีวิวเยอะๆ ก่อนตัดสินใจ เพราะช่างสักคิ้วแต่ละคน ต่างก็มีสไตล์ของตัวเอง

4. ความสะอาดของร้านสักคิ้ว เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการสักคิ้ว คือการเอาเข็มจิ้มลงไปบนผิวหนังเรา ดังนั้น เข็มและมีดโกนต้องใช้แล้วทิ้ง ไม่ใช้ซ้ำหรือใช้ร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด สีสักก็ควรแบ่งใช้สำหรับคนต่อคน ไม่ควรใช้ร่วมกัน หรือนำสีที่เหลือกลับมาใช้ซ้ำ อีกเรื่องสำคัญคือ ต้องมีการสวมถุงมือ และทำความสะอาดอุปกรณ์เสมอ

ทรงคิ้วแบบไหนเหมาะกับรูปหน้า?

ทรงคิ้วที่ดี คือทรงคิ้วที่เหมาะกับรูปหน้า โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น โครงหน้า รูปทรงกระบอกตา และลักษณะขนคิ้วเดิม

โดยทรงคิ้วมีประมาณ 5 แบบ ได้แก่ ‘ทรงคิ้วตรง’ คือคิ้วทรงตรง ไม่มีจุดโก่ง ‘ทรงคิ้วเชิด’ คือปลายหางคิ้วเชิดขึ้น เหนือจากหัวคิ้วเล็กน้อย ‘ทรงคิ้วโก่งเล็กน้อย’ คือคิ้วหนาธรรมชาติ หางคิ้วโก่งนิดหน่อย ‘ทรงคิ้วโก่งสูง’ คือหางคิ้วโก่งเป็นมุมชัดเจน ‘ทรงคิ้วโค้งมน’ คือคิ้วโค้งมน โก่งบริเวณกางคิ้ว แต่ไม่ทำมุม